นโยบายจริยธรรม

เว็บไซต์ oops.co.th เป็นเว็บไซต์ที่มีการนำเสนอเกี่ยวกับข่าวและสถานการณ์บ้านเมือง อย่างทันสมัยและเป็นปัจจุบัน ดังนั้นทีมบรรณาธิการทุกคน ต้องเขียนข่าว บทความรวมไปถึงเนื้อหาอื่นๆบนเว็บไซต์ เป็นไปในทางที่ถูกต้องและเหมาะสม โดยต้องยึดหลักจรรยาบรรณในการทำงาน ดังต่อไปนี้

ด้านการนำเสนอข่าว บทความเนื้อหาภายในเว็บไซต์นี้

1.ความมีคุณภาพถูกต้องรอบด้าน  ในเรื่องของการทำงาน ทีมงานของกองบรรณาธิการทุกคนต้อง ตรวจสอบข้อมูลและเนื้อหาต่างๆที่ได้รับ รวมไปถึงการตรวจสอบข้อมูลในหน่วยงานอื่นๆที่เชื่อถือได้ และหากมีเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียง และทรัพย์สินของบริษัท ต้องรีบรายงานโดยเร็ว

2.ความน่าเชื่อถือแหล่งข้อมูล ในการนำเสนอเนื้อหาข่าว หรือบทความต้องมีแหล่งข่าว แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ มีหลักฐานในการพิสูจน์ได้ว่าข่าว นั้นมีแหล่งที่มา มีข้อมูล โดยไม่ทำการ copy มาจากที่อื่นๆ ทำข่าวหรือบทความที่เสนอออกไปนั้นเกิดความเข้าใจผิด

3.ความไม่ลำเอียงหรือมีอคติ  ซึ่งในการนำเสนอข่าวนั้น การกระทำโดยใช้ความรู้สึกของตนเองเป็นที่ตั้ง ถือเป็นเรื่องที่ผิด เพราะไม่เที่ยงตรงและอาจเกิดการลำเอียงในการนำเสนอเนื้อหานั้นๆออกไป ดังนั้นทีมบรรณาธิการทุกคนจึงจำเป็นต้องเขียนงานทุกชิ้น ทุกอย่างบนพื้นฐานของการมีคุณธรรม จริยธรรมในข้อนี้อย่างเคร่งครัด

4.การปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทีมบรรณาธิการทุกคน จำเป็นต้องมีคุณธรรมในเรื่องการเห็นอก เห็นใจผู้อื่น ไม่นำเสนอข่าวที่ส่องให้เห็นว่ามีการแสดงความรู้สึกตัวตัว ในแนวโน้มการชักจูง หรือโน้มน้าวให้ผู้อ่าน มีความรู้สึกเกลียดชัง หรืออย่างอื่น อย่างใดกับผู้ที่ตกเป็นข่าว อย่างเด็ดขาด นอกเหนือจากว่า นำเสนอในส่วนที่เป็นข้อเท็จจริง แต่ผู้อ่านมีความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่งเสียเอง ไม่ถือว่าเป็นความผิดของทีมบรรณาธิการ

5.การเคารพสิทธิส่วนบุคคล ในการนำเสนอข่าว บทความรวมไปถึงเนื้อหาอื่นๆบนเว็บไซต์นี้ ต้องให้เกียรติและเคารพสิทธิส่วนบุคคลของผู้ตกเป็นข่าว แม้ในการได้ข้อมูลมาจะเป็นการสืบเสาะจากแหล่งอื่นที่เชื่อถือได้ก็ตาม หากพบข่าวนั้นมีการนำเสนอที่ละเมิดหรือก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของผู้ตกเป็นข่าวมากจนเกินไป ผู้นำเสนอข่าวนั้นจะมีโทษตามที่บริษัทกำหนดไว้ในทันที

การใช้ข้อมูลภายในและการรักษาข้อมูลอันเป็นความลับ

สำหรับทีมงานบรรณาธิการต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ กฎข้อปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

  • ห้ามใช้ข้อมูลที่ได้ในการหาประโยชน์ส่วนตน เพื่อผู้อื่น หรือทำธุรกิจที่แข่งขันกับบริษัท และ/หรือ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
  • ห้ามใช้ข้อมูลภายในหรือให้ข้อมูลภายในแก่บุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัท เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือชักชวนให้บุคคลอื่นซื้อหรือขายซึ่งหุ้นหรือหลักทรัพย์อื่น (ถ้ามี) ของบริษัท ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
  • ห้ามใช้ข้อมูลของบริษัท ไปใช้อ้างอิงต่อบุคคลภายนอก เพื่อสร้างประโยชน์ส่วนตัว
  • ห้ามเปิดเผยข้อมูลความลับทางธุรกิจของบริษัท ต่อบุคคลภายนอก โดยเฉพาะคู่แข่ง ถึงแม้จะพ้นสภาพการเป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานของบริษัท ไปแล้ว
  • รักษาข้อมูลที่เป็นความลับขององค์กร ไม่ให้รั่วไหลไปยังบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์กรหรือผู้มีส่วนได้เสีย ยกเว้นกรณีที่เป็นไปตามกฎหมาย

ขั้นตอนการลงโทษทางวินัย

  • การฝ่าฝืนที่ไม่ร้ายแรง : พนักงานจะได้รับหนังสือเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งจะระบุลักษณะของการฝ่าฝืนรวมทั้งมูลเหตุที่อาศัยเป็นหลักของการฝ่าฝืนนั้น โดยให้โอกาสพนักงานดังกล่าวโต้แย้งข้อกล่าวหาดังกล่าวต่อผู้บังคับบัญชา หากไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ให้นำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการวินัยซึ่งแต่งตั้งโดยกรรมการผู้จัดการเพื่อพิจารณา และให้ถือคำตัดสินของคณะกรรมการวินัยเป็นที่สิ้นสุด หากมีการฝ่าฝืนเป็นครั้งที่สอง หรือพนักงานดังกล่าวไม่แก้ไขความผิดจากการฝ่าฝืนในครั้งแรกตามที่ได้รับหนังสือเตือนนั้น พนักงานดังกล่าวจะถูกลงโทษทางวินัยอย่างเคร่งครัด ซึ่งอาจรวมถึงการเลิกจ้างได้
  • การฝ่าฝืนร้ายแรงซึ่งรวมถึงการฝ่าฝืนดังต่อไปนี้ เช่น การให้หรือการรับสินบน การฉ้อโกง การเปิดเผยข้อมูลความลับ หรือทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท ต่อบุคคลที่สาม และการกระทำใดๆ ที่เสื่อมเสียต่อเกียรติคุณของบริษัท หรือปกปิดหรือไม่รายงานข้อมูล การหารือ หรือเอกสารสำคัญใดๆ ต่อผู้บังคับบัญชา บริษัทขอพิจารณาเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย และโดยไม่จำเป็นต้องออกหนังสือเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน