ชวนจิบกาแฟ ณ “ปันรักษ์ คาเฟ่” เมล็ดกาแฟส่งตรงจากดอยสามหมื่น ทีสร้างโอกาสและอาชีพแก่ 4 ชนเผ่า

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยยังคงมีให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางเสาะแสวงหา วันนี้ทีมงานจะพาไปร้านปันรักษ์ คาเฟ่ จัดตั้งขึ้นโดยสมาคมแม่บ้านตำรวจ ที่ไม่ใช่แค่ร้านกาแฟธรรมดาๆ แต่คือร้านที่พร้อมมอบโอกาสและอาชีพให้แก่คนบนดอย โดยเมล็ดกาแฟหอมกรุ่นส่งตรงจากดอยสามหมื่น ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเบญจมะ 1 จังหวัดเชียงใหม่นั่นเอง

เหนือระดับน้ำทะเลที่กว่า 1,400 -1,600 เมตร เป็นพื้นที่ปลูกกาแฟอาราบิก้า บนดอยสามหมื่น ที่ตั้งอยู่ใน ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่

ที่มาของชื่อเรียก “ดอยสามหมื่น” นั้น เพี้ยนมาจากภาษาท้องถิ่นที่เรียกว่า “ซ่าเหมื่น” มีความว่า “สามประตู”

บนดอยสามหมื่นมีชุมชนอยู่ด้วนกัน 4 ชนเผ่า มี เผ่าลีซอ จีน ไทใหญ่ และปะหล่อง สภาพอากาศที่นี่จะหนาวเย็นตลอดทั้งปี เพราะเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์

วิถีเกษตรกรที่บ้านสามหมื่น ก็เหมือนกับชนเผ่าชาติพันธุ์ต่างๆ ที่นิยมปลูกข้าวโพด ข้าวไร่ พืชผักสวนครัว ไม้ผล เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู และพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ กาแฟดอยสามหมื่น ที่มีคุณภาพหอมชื่นใจ และขมถึงใจ เพราะปลูกในพื้นที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร ทำให้กาแฟมีสารคาเฟอีนที่มีคุณภาพสูงมาก

สมัยก่อนที่นี่เคยเป็นแหล่งปลูกฝิ่น เป็นดอยหัวโล้น ไม่มีต้นไม้ ปี 2525 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จ จึงทรงส่งเสริมให้ปลูกกาแฟ ทดแทนการปลูกฝิ่น โดยพระราชทานกาแฟพันธุ์อราบิก้า (Arabica) ให้ชาวบ้านปลูก ปัจจุบันที่มีกาแฟทั้งหมด 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์คาติมอร์ (Casimir) คาทุย (Catuai) และเบอร์บอน (Bourbon)

นี่คือเรื่องราวการษาระบบนิเวศตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ที่สร้างผลกำไรจากผลผลิตให้งอกงามอย่างเป็นธรรม โดยคำนึงถึงคุณภาพกาแฟและคุณค่าของชีวิตทั้งป่าและคน

“ปันรักษ์” คาเฟ่ กาแฟจากดอยสามหมื่น ที่ให้ “คนและป่า”เติบโตไปด้วยกัน

“ตำรวจหญิงรำพึง ต่อปัญญา” ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเบญจมะ1 บอกว่า เมื่อก่อนที่นี่ยอดดอยหัวโล้น ไม่มีป่า เพราะชาวบ้านปลูกฝิ่น ปลูกกาแฟบนพื้นที่ระดับ 1,400 ขึ้นไป คาเฟอีนในกาแฟดีมาก

เพราะอากาศเย็นเกือบตลอดทั้งปี แต่ที่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะดอยสามหมื่น เส้นทางไม่ดี ทำให้การขนส่งลำบาก รวมทั้งไม่ได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจัง อีกทั้งชาวบ้านไม่มีตลาดรองรับ

“เราต่อสู้กันเอง พรีเซนต์ตัวเอง จนสมาคมแม่บ้านตำรวจ มาเห็นวิธีการและกระบวนการ ได้ลองชิม ก็บอกว่าอร่อย จึงแนะนำว่าน่าจะคัดเกรด วิธีการคั่ว และวิธีการเก็บรักษา มี TrueCoffee เข้ามาให้คำแนะนำด้วย ทำให้ตลาดกว้างขึ้น เราอยากให้ชาวบ้านมีรายได้หลัก ถ้าคั่วกาแฟได้ 1000 กิโลกรัม พวกเขาก็อยู่ได้ทั้งปี อย่างน้อยๆ ก็อยากให้คนได้รู้จักกาแฟดอยสามหมื่น อนาคตอาจจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้น ผลผลิตที่ได้ส่งออกมากขึ้น น่าจะดีมากๆ”

เรื่องราวของกาแฟดอยสามหมื่น ที่มาจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเบญจมะ1 เริ่มต้นจากการที่เป็นหนึ่งใน “โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตครอบครัวตำรวจ” เมื่อมีการส่งเสริมให้ปลูกกาแฟ ก็ต้องหาระบบจัดการผลผลิตกาแฟอย่างมีประสิทธิภาพตามมา เพื่อหวังให้เป็นธุรกิจที่ยั่งยืน

จนเกิด “ปันรักษ์ คาเฟ่” แห่งแรก ตั้งอยู่บริเวณกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ถนนพหลโยธิน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร เปิดให้บริการ 25 เมษายน 2565 นี้ ที่นี่จะใช้เมล็ดกาแฟจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเบญจมะ 1 (ดอยสามหมื่น) จังหวัดเชียงใหม่ เพราะมีคุณภาพมีราคาที่เหมาะสมที่จะนำไปพัฒนาในเป็นสินค้าในร้านได้ เพื่อสร้างรายได้แก่ครอบครัวแม่บ้านตำรวจตระเวนชายแดนอีกทาง

“ร้านปันรักษ์” เปิดตัวตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา น่าจะเป็นเป้าหมายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ที่ให้ความสำคัญกับสวัสดิการและสิทธิความเป็นอยู่ครอบครัวตำรวจ ส่งเสริมสนับสนุนด้านสวัสดิการเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ

โดยมาจากแนวคิดของ คุณรัตนาภรณ์ สีวลีพันธ์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ที่หวังใช้เป็นโมเดล หลังจากกลุ่มแม่บ้านตำรวจในแต่ละพื้นที่ ข้าราชการตำรวจวัยเกษียณ รวมถึงครูและนักเรียนจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อนำออกมาจำหน่ายเป็นรายได้เสริมของครอบครัวจำหน่ายในพื้นที่กระจัดกระจายกันไป

นำมาสู่ความตั้งใจแรกในการรวบรวมผลิตภัณฑ์ของกลุ่มต่างๆ ที่เกิดจากงานฝีมือของตำรวจเข้ามาไว้ด้วยกัน ผ่านเฟซบุ๊กเพจ ในชื่อ “Police Market Place” สู่ศูนย์กลางการจำหน่าย และแสดงสินค้าฝีมือตำรวจ ที่ผ่านมาก็ได้ผลตอบรับที่ดี มีการระดมสินค้าจากทั่วทุกภูมิภาค เป็นฝีมือสมาชิกครอบครัวตำรวจทั่วประเทศ จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจว่าต้องมีร้านค้าที่เป็นจุดศูนย์รวม

เรียบเรียงโดย แป้ง บุนรดา