เชิญเที่ยวงาน “ปากพูน Feel Good Station” ศูนย์รวมจุดเช็คอิน กินเที่ยวที่เดียวครบ!

เชิญชวนประชาชนเที่ยวงาน“ปากพูน Feel Good Station ศูนย์รวมจุดเช็คอิน กินเที่ยวที่เดียวครบ” ณ บริเวณสวนคำสิงห์ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนปากพูน โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับบริษัทเชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด และเทศบาลเมืองปากพูน ภายใต้โครงการส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวโดย ชุมชนตำบลปากพูน ประจำปีงบประมาณพุทธศักราช 2565 นั่นเอง

เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุนชนปากพูนบนพื้นฐานการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชุมชน โดยมีกิจกรรมแสดงสินค้าของดีชุมชน อาหารพื้นถิ่น กิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่น

กิจกรรมนั่งรถม้า พาลงเรือชมอุโมงค์ Amazon อะเมซิ่งปากพูน และยังมีการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวชุมชน สินค้าของดีของเด่น วิถีชีวิต

วัฒนธรรมที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนปากพูนให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเยือนจังหวัดนครศรีธรรมราชและชุมชนปากพูน

ส่งเสริมให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ ให้แก่ชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนและเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดนครศรีธรรมราชต่อไป

นายธนาวุฒิ ถาวรพราหมณ์ นายกเทศมนตรีเมืองปากพูน เปิดเผยว่า หลังสถานการณ์ของCV – 19 เริ่มคลี่คลาย จึงได้มีการร่วมหารือกันระหว่างคนในท้องถิ่น กลุ่มองค์การต่าง ๆ ในพื้นที่

และภาคีเครือข่าย ในการจัดกิจกรรมรองรับการท่องเที่ยวชุมชนแบบวิถีใหม่ เป็นการระเบิดจากภายใน โดยให้คนในพื้นที่ พ่อค้า แม่ค้า มาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน นำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดสู่การต้อนรับนักท่องเที่ยว

เช่น น้ำตาลมะพร้าวออร์แกนิค ผลไม้จากสวนคำสิงห์ ช็อกโกแลตวันมอร์ กิจกรรมการปั้นเครื่องปั้นดินเผา การแสดงเพลงบอก มโนราห์ เป็นต้น พร้อมทั้งยังเปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน เด็กพิเศษและคนพิการได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ด้วย

นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดกิจกรรม “ธนาคารความดี” โดยคนที่มาซื้อสินค้า จับจ่ายใช้สอยที่ตลาดท่องเที่ยวชุมชนปากพูน ตั้งแต่ 1 บาท จะได้รับคะแนนความดี 1 คะแนน โดยคูปองความดีจำนวน 100 คะแนน

สามารถนำไปใช้ในการล่องเรือชมอุโมงค์ Amazon อะเมซิ่งปากพูน ได้ฟรี การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จึงเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูศิลปะวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยจะเปิดตลาดและจัดกิจกรรมต่อเนื่องทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์

เรียบเรียงโดย แป้ง บุนรดา