บิ๊กค้าปลีก ปลื้ม หลังปลดล็อกต่างชาติ ขาช้อปล้น 30%

รัฐบาลเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศอย่างต่อเนื่องเพื่อปลดล็อคนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มมากยิ่งขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดเศรษฐกิจ ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ The Mall ระบุว่า เพียงสัปดาห์แรกถ้าทราฟฟิคเพิ่มสูงขึ้น 30% เชื่อมั่นเศรษฐกิจในประเทศไทยสามารถฟื้นขึ้นได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ ทำรายได้จากนักช็อปชาวต่างชาติสูงถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของฝั่ง เซ็นทรัล เตรียมเล็งแคมเปญใหญ่ mid Year Sale กระตุ้นความสนใจนักช็อปไทยต่อเนื่อง

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ค้าปลีก (Retail Sentiment Index : RSI) เดือนเมษายนส่งสัญญาณดีขึ้นจากอานิสงส์วันหยุดยาวต่อเนื่อง รวมมาตรการของภาครัฐที่ออกมากระตุ้นการจับจ่าย ทำให้ปรับเพิ่มขึ้น 9.9 จุด มาอยู่ที่ 56.4สะท้อนถึงความเชื่อมั่น ขณะที่ในอีก 3 เดือนข้างหน้าผู้ค้าปลีกก็ยังเชื่อมั่นทำให้ดัชนีเพิ่มขึ้น 10.3 จุด มาอยู่ที่ 58.7 สะท้อนความเชื่อมั่นต่อการระบาดของ โอมิครอนที่อยู่ในช่วงขาลง และกำลังจะกลายเป็นโรคประจำถิ่น รวมทั้งการเปิดประเทศผ่อนปรนให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาได้ง่ายขึ้น แนวโน้มค้าปลีกในครึ่งปีแรกจึงสดใสทันที

นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การปลดล็อกนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยได้โดยไม่ต้องทำการตรวจ RT-PCR จะเป็นปัจจัยบวกและเป็นโอกาสดีของการฟื้นตัวของธุรกิจค้าปลีกอีกครั้ง ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาช้อปปิ้งและใช้บริการในศูนย์การค้ามากสูงขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะในกลุ่มศูนย์การค้าที่เน้นนักท่องเที่ยวได้แก่ สยามพารากอน, ดิ เอ็มโพเรี่ยม, ดิ เอ็มควอเทียร์

ปลดล็อกต่างชาติ บิ๊กค้าปลีกเฮ ขาช้อปทะลัก 30%

“เชื่อว่าการเปิดประเทศในช่วงนี้จะทำให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยกลับมาพลิกฟื้นอีกครั้ง และสามารถสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 20% ของรายได้รวมปีนี้”

นอกจากนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อที่ลดลง ส่งผลให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและออกมาจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ทำให้ภาพรวมทราฟิกในศูนย์การค้าของกลุ่มลูกค้าในประเทศกลับมาคึกคักโดยเติบโตขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงที่มีโควิด ในครึ่งปีแรกของปี 2564 ด้วยปัจจัยบวกหลายอย่าง ทั้งเรื่องการปลดล็อกนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงจำนวนผู้ติดเชื้อที่ลดลง ทำให้เศรษฐกิจกลับมาขับเคลื่อนได้อีกครั้ง ส่งผลดีต่อธุรกิจในทุกภาคส่วนรวมถึงธุรกิจค้าปลีก

เพราะทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและนักช้อปชาวไทยเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ออกมาจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคักหลังจากอั้นเรื่องการท่องเที่ยว การช้อปปิ้งมานาน ถือเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีแรกได้เป็นอย่างดี

“สำหรับภาพรวมค้าปลีกครึ่งแรกของปีนี้ ถือเป็นช่วงที่สดใสมีสัญญาณบวกที่สุดนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นผลมาจาก มาตรการหลายๆอย่างเริ่มผ่อนปรน นักท่องเที่ยวเริ่มกลับเข้ามาในประเทศ ทำให้มีกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น และหลายบริษัทเริ่มให้พนักงานกลับเข้าทำงานที่ออฟฟิศแล้ว”

เช่นเดียวกับ นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้ากลับมาคึกคักเพิ่มขึ้นถึง 30% โดยเฉพาะในกลุ่มศูนย์การค้าที่เน้นนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือทัวริสต์มอลล์ เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย เชียงใหม่ พัทยา ฯลฯ

โดยในไตรมาส 2/2565 นี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาใช้บริการในศูนย์ แบ่งออกเป็น Long haul คือ ยุโรป (เยอรมัน อังกฤษ ฝรั่งเศส), อเมริกา, ตะวันออกกลาง และกลุ่ม Short haul คือ อินเดีย, สิงคโปร์ และมาเลเซีย, โดยกลุ่มตะวันออกกลางและอินเดียนิยมท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ และพัทยา ส่วนกลุ่ม European นิยมท่องเที่ยวที่ภูเก็ต และสมุย

ทั้งนี้ตัวเลขจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แสดงให้เห็นว่า การเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยในช่วงไตรมาส 1/2565 (ม.ค.-มี.ค.) ขยายตัวสูงขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2564 และอัพเดทตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้าไทยล่าสุดพบว่ามีมากกว่า 10,000 คน/ วัน หรือรวมแล้วกว่า 3 แสนคน หลังรัฐบาลประกาศคลายล็อกผ่อนปรนให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยได้เต็มรูปแบบครบ 1 สัปดาห์ ถือเป็นสัญญาณส่งผลให้เศรษฐกิจและอุตสากรรมการท่องเที่ยวมีโอกาสกลับมาฟื้นตัวได้ด้วย

ปัจจัยบวกสำหรับตลาดในประเทศ เกิดจากหลายปัจจัยทั้งอานิสงส์จากเทศกาลสงกรานต์ และเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว ขณะที่เมืองชายทะเลก็ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนนักท่องเที่ยวคนไทยเชื่อว่าจะกลับมาคึกคักขึ้นหลังรัฐประกาศขยายเวลาให้ลงทะเบียนเราเที่ยวด้วยกันเฟส 4 อีก 1 ล้านสิทธิ ถึงเดือนกันยายนนี้

“เชื่อว่าภาพรวมการท่องเที่ยวจะค่อยๆ กลับมายังฟื้นตัวได้ดี หลังรัฐบาลเริ่มทยอยปลดล็อคมาตรการกักตัวต่างๆเพิ่มขึ้นในช่วงกลางปี จะทำให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านและเมืองท่องเที่ยวระดับโลกได้ เพราะเมืองไทยมีต้นทุนค่าท่องเที่ยวและค่าครองชีพ ยังถือว่า อยู่ระดับที่คุ้มค่าอย่างยิ่งต่อการเดินทาง และ มีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งกว่าประเทศอื่นๆ”

อย่างไรก็ดี ครึ่งปีแรกภาพรวมทราฟฟิกของศูนย์การค้ากลุ่มลูกค้าในประเทศกลับมาเป็นปกติราว 80% เมื่อเทียบกับก่อนโควิด ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว แต่การใช้จ่ายของลูกค้ายังคงใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง และรัดเข็มขัดเพิ่มมากขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังผันผวนทั้งในและทั่วโลก โดยเซ็นทรัลพัฒนามีแผนเปิดตัวแคมเปญเซลครั้งใหญ่ในช่วงกลางปี เพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายให้เกิดขึ้นในประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจให้คึกคักอีกครั้ง

“เชื่อว่านักช้อปไทยจะเริ่มใช้จ่ายมากขึ้นผ่านแคมเปญเซลต่างๆ รวมถึงการเดินหน้าเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัลใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น เซ็นทรัล จันทบุรี เป็นต้น ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เป็นหนึ่งในกลุ่มลูกค้าสำคัญที่จะสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยและทุกภาคส่วนได้เป็นอย่างดี หากภาครัฐเร่งปลดล็อคการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าได้อย่างแน่นอน”

เรียบเรียงโดย แป้ง บุนรดา