เมื่อวัน 13 ตุลาคม 2564 เวลา 10.00 น. ที่วัดมกุฏกษัตริยาราม กรุงเทพมหานคร หลังพิธีวางพวงมาลา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและภริยา เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต

โดยมี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี  ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านงานเฉลิมพระเกียรติและงานกิจการพิเศษและคณะผู้บริหาร เข้าร่วมพิธี

เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางมาถึง พระสงฆ์จำนวน 10 รูป ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมรูปปั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระสงฆ์ให้ศีล เจ้าหน้าที่ปฏิบัติพิธีสงฆ์อาราธนาพระปริตร สวดพระพุทธมนต์

จากนั้นนายกรัฐมนตรีและภริยาถวายผ้าไตร เครื่องไทยธรรม และภัตตาหาร (ปิ่นโต) พระสงฆ์สดับปกรณ์และอนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำแล้ว กราบนมัสการพระรัตนตรัยหน้าโต๊ะหมู่บูชา เสร็จแล้วถวายความเคารพหน้าพระบรมรูปปั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นอันเสร็จพิธี

หายหลังพิธีนายกฯให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เป็นการมาทำบุญครบรอบ 5 ปี ซึ่งถือว่าเร็ว แต่ความรู้สึกยังตราตรึงอยู่ ซาบซึ้งอยู่ ในหัวใจของคนไทยทุกคน นายกรัฐมนตรี ครม. และประชาชนชาวไทยทุกคน พร้อมที่จะถวาย ทำทุกอย่าง เพื่อให้เกิดผลดีต่อประเทศชาติ และประชาชน ซึ่งหลายๆ อย่างได้ริเริ่มไปแล้ว โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ก็ศึกษาต่อยอดสิ่งต่างๆ ให้ดีที่สุด ซึ่งรัฐบาลก็น้อมใส่เกล้าใส่กระหม่อมมาดำเนินการ ฉะนั้น จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยทุกคนให้ร่วมกันถวายความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้เป็นวันสำคัญของคนไทยและคนทั้งชาติ จึงขอให้ทุกคนร่วมกันทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน ทำจิตใจให้ดี ร่างกายก็จะดีตาม วาจาต่างๆ ก็จะดีตามไปด้วย

โดยในบทสวดการประกอบพิธี มีคำแปลให้อยู่แล้ว จึงอยากให้ศึกษาดู จะได้รู้ว่าทบสวดเหล่านั้น ต้องการสื่อเพื่ออะไร นั่นคือในฐานะที่เป็นชาวพุทธ เป็นพหุสังคมวัฒนธรรม พระพุทธศาสนา ก็ต้องมีการเรียนรู้