เชิญเที่ยวชม ค้างคาวหน้าหมานับร้อย ณ สวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ

อีกสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติในประเทศไทยที่หลายคนห้ามพลาดสำหรับสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย ตำบลทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ท่ามกลางธรรมชาติร่มรื่นแบบป่าดิบชื้น โดยทางหัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย หรือ นายกอบศักดิ์ เพ็ญนุกูล เชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้าชมค้างคาวหน้าหมาหรือค้างคาวขอบหูขาวเล็กจำนวนกว่า 100 ตัว ที่เกาะอยู่ใต้ใบไม้โดยไม่บินหนีจึงทำให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพอย่างใกล้ชิด มักจะนอนห้อยหัวพักผ่อนอย่างสบายใจโดยไม่ตื่นตกใจผู้คนที่ผ่านไปมา โดยค้างคาวสายพันธุ์นี้ยังช่วยรักษาธรรมชาติให้คงเดิม เนื่องจากเราค้างคาวกลุ่มนี้มักจะกินผลไม้และช่วยผสมเกสรนั่นเอง

นายกอบศักดิ์ เพ็ญนุกูล หัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย บอกว่า ค้างคาวหน้าหมา หรือค้างคาวขอบหูขาวเล็ก ส่วนหน้าเขาตาจะคล้ายสุนัข

ชาวบ้านถิ่นใต้จึงเรียกกันว่า “ค้างคาวหน้าหมา” โดยปกติหากมีถ้ำ หรือบ้าน เขาจะเข้าไปพักอาศัย หรือจะพักอาศัยใต้ใบปาล์มในสวนปาล์มน้ำมัน สำหรับสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย

มีลักษณะเป็นที่ราบ ซึ่งไม่มีถ้ำ ค้างคาวหน้าหมาเหล่านี้ จึงเข้าอาศัยอยู่ใต้ใบพืชวงศ์ปาล์ม ที่อยู่ในสวนแห่งนี้ โดยพวกมันจะใช้วิธีเฉพาะตัวกัดใบปาล์มใบงุ้มลง แล้วจะเข้าไปอาศัยหลบใต้ใบปาล์ม ซึ่งค้างคาวชนิดนี้จะพบได้โดยทั่วไป แต่ที่นี่ถือเป็นจุดชมค้างคาว

เพราะพวกมันจะอาศัยใต้ใบปาล์มที่ต้นไม่สูงมาก จึงสามารถมองเห็นค้างคาวที่อยู่ใต้ใบปาล์มชัดเจน และสามารถชมได้ตลอดในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งเจอได้นับ 100 ตัว

ส่วนช่วงกลางคืนเขาจะออกไปหากิน ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว สามารถชมได้ แต่อย่าเอาไฟฉายไปส่องพวกเขา เพราะจะทำให้เขาตกใจได้ ทั้งนี้หากอยากสัมผัสกับความสวยงามสดชื่นของสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย ควรมาในช่วงเวลาเช้า เพราะเป็นช่วงที่อากาศดี มีหมอกอ่อนๆ

สำหรับค้างคาวขอบหูขาวเล็กเป็นค้างคาวขนาดเล็ก มีจุดเด่นคือขอบใบหูทั้งสองข้างมีขอบสีขาวอันเป็นที่มาของชื่อ มีใบหน้าคล้ายสุนัข จึงได้อีกชื่อหนึ่งว่า “ค้างคาวหน้าหมา” (Lesser Dog-faced Fruit Bat)

ขนตามลำตัวหลากหลายมีตั้งแต่สีเทาจาง, น้ำตาลจาง ๆ จนถึงน้ำตาลเข้ม มีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 28-40 กรัม ค้างคาวตัวเมียตกลูกครั้งละ 1 ตัว พบได้ในภูมิประเทศที่มีความหลากหลายมาก ตั้งแต่ป่าดิบที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,600 เมตร

จนถึงชุมชนในเมืองใหญ่ และสวนผลไม้ต่าง ๆ โดยมักจะอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงเล็ก ๆ ตามต้นไม้ใหญ่หรือต้นผลไม้ กินอาหารจำพวก ผลไม้ เช่น มะม่วง และน้ำหวานจากเกสรดอกไม้

จึงนับเป็นศัตรูของผลไม้ด้วยชนิดหนึ่ง แต่ก็มีประโยชน์ในการผสมพันธุ์และแพร่กระจายละอองเกสรดอกไม้และผลไม้ สำหรับในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภูมิภาค ทั้งนี้นอกจากชมค้างคาวขอบหูขาวเล็กแล้ว ยังมีพรรณไม้ต่าง ๆ อย่างเช่น

เถางูเขียวที่กำลังออกดอกให้ชมซึ่งเลื้อยอยู่บนต้นไม้ใหญ่ และแปลงรวบรวมพันธุ์หม้อข้าวหม้อแกงลิง โดยที่สวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย เปิดทุกวัน 08.30-16.30 น. (ไม่มีค่าเข้าชม)

เรียบเรียงโดย แป้ง บุนรดา