เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 64 ในช่วงเช้าที่ผ่านมา นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แสดงความ ห่วงใยประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคอีสาน เนื่องจากเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากพายุที่จะเข้าประเทศไทย หลังได้รับรายงานการวิเคราะห์สภาพภูมิอากาศและการคาดการณ์ฝนของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

โดยพบว่า สถานการณ์พายุโซนร้อน “ไลออนร็อก” บริเวณประเทศลาวปะทะกับความกดอากาศสูงแล้วอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วและสลายตัวไปส่วนพายุโซนร้อน “คมปาซุ” บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกใกล้ประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้น และเคลื่อนที่ทางตะวันตกผ่านแนวประเทศจีนตอนใต้ ส่งผลให้ปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเกิน 90 มิลลิเมตร ที่จังหวัดตราด สกลนคร มุกดาหารและหนองคาย และมีหลายพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากดินโคลนถล่ม จากฝนตกหนักมากกว่า 90 มิลลิเมตร ดังนี้ ในบริเวณภาคเหนือ คือ น่าน เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  คือ ชัยภูมิ ขอนแก่น เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม อุดรธานี สกลนคร ภาคตะวันออก คือ ระยอง จันทบุรี ตราด และภาคใต้ คือ ระนอง พังงา

ทั้งนี้พลเอกประยุทธ ยังได้สั่งการไปยังกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัด เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมกำชับให้นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารจัดการสาธารณภัยของประเทศ ใช้ในบัญชาการสถานการณ์และแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับสภาพความเสี่ยงภัยในแต่ละพื้นที่  รวมทั้งการนำแอปพลิเคชั่น ต่างๆ เช่น Line มาใช้เป็นช่องทาง เพิ่มเพื่อสื่อสารข้อมูลข่าวสารด้านสาธารณภัยให้เข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็วและครอบคลุมด้วย

ทั้งนี้โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะมีกำหนดการลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีเพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงเรียนวัดป่าศรีแสงธรรม ในฐานะที่เป็นโรงเรียนจัดการเรียนการสอน แบบบูรณการสอดคล้องกับบริบทของชุมชนคือพลังงานและการเกษตร จนเป็นที่รู้จักในนามโรงเรียนพลังงานทดแทนต้นแบบ และศูนย์เรียนรู้โคก หนอง นา โดยได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อ โครงการพระราขทานโคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง (วัดป่าศรีแสงธรรม) นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะติดตามแนวทางการบริหารจัดการน้ำ อุบลราชธานี – โขงเจียม รับมือไลออนร็อก