บิ๊กตู่ เตรียมพร้อม 5 มาตรการช่วยเหลือ ปชช. รองรับผลกระทบ รัสเซีย -ยูเครน

เป็นที่ทราบดีของหลายๆท่านมาโดยตลอด สำหรับสถานการณ์โลกในปัจจุบันโดยทางภาครัฐบาลไทยก็ยังคงมุ่งมั่นออกมาตรการเยียวยาภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รัสเซีย-ยูเครน โดยทางโฆษกรัฐบาลได้ออกมาชี้แจง พร้อมเชื่อมั่นสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง 2ประเทศ จะเริ่มคลี่คลายลงได้ในเร็ววัน รวมทั้งเผยถึงราคาน้ำมันดิบโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลง

ซึ่งในวันที่ 8 มีนาคม 2565 โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือ นายธนกร วังบุญคงชนะ ได้ระบุว่านายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหม หรือพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาได้ออกมากำหนดกรอบมาตรการช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบรัสเซียยูเครนโดยแบ่งออกเป็น 5 มาตรการ ดังต่อไปนี้

1) ดูแลค่าใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีพของกลุ่มเปราะบาง 2) เพิ่มอุปสงค์ด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศแทนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อาจลดลง 3) ดูแลให้ภาวะการเงินโดยรวมยังคงผ่อนคลายเพื่อรองรับความผันผวนในตลาดการเงินโลกและเอื้อต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยไม่ให้สะดุด

4) ดูแลระบบการชำระเงินและระบบสถาบันการเงิน ให้สามารถทำงานได้ตามปกติและสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้อย่างราบรื่น 5) มาตรการรองรับด้านตลาดทุนเพื่อสร้างความมั่นใจว่าตลาดทุนยังทำงานได้เป็นปกติ

โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า กรณีที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย (พท.) ขอให้นายกฯ ไปทบทวนและศึกษา 4 สัญญาณอันตรายทางเศรษฐกิจ นั้น จะเห็นได้ว่า นายกฯได้กำกับติดตามการดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของรัฐบาลในทุกมาตรการอย่างใกล้ชิด

“ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งกระทบทั่วโลก ไม่เฉพาะประเทศไทย ทั้งนี้ เมื่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างยูเครน-รัสเซีย คลี่คลาย แนวโน้มราคาน้ำมันดิบโลกก็จะลดลง”

ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีมาตรการดูแลราคาน้ำมันผ่านกองทุนน้ำมัน รวมทั้งปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 3 บาทต่อลิตร มีผลถึง 20 พฤษภาคมนี้ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้ส่วนหนึ่ง นอกจากนี้ นายกฯยังสั่งเตรียมความพร้อมมาตรการต่างๆ เพื่อลดผลกระทบที่มีต่อผู้มีรายได้น้อย และเพิ่มอุปสงค์ หรือแรงซื้อภายในประเทศ

นายธนกรกล่าวอีกว่า ราคาสินค้าที่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการที่ราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากสภาวะ วิกฤตยูเครน เป็นสำคัญ โดยรัฐบาลทราบปัญหาดังกล่าวดีและได้มีมาตรการที่จะช่วยลดต้นทุนตั้งแต่ต้นทางรวมทั้งกำกับดูแลกลไก เพื่อให้ปรับเพิ่มราคาสินค้าต่างๆ มีความเหมาะสม

เงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น ก็มาจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นหลัก ซึ่งรัฐบาลได้ลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล คาดว่าจะช่วยบรรเทาสถานการณ์เงินเฟ้อต่อจากนี้

“ข้อห่วงใยที่ว่า สหรัฐประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบายและกลัวไทยอาจต้องถูกบังคับให้ขึ้นดอกเบี้ยตาม มิฉะนั้น เงินทุนต่างประเทศอาจจะไหลออกได้ว่า บริบทเศรษฐกิจไทยแตกต่างจากสหรัฐ ซึ่งเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวแล้ว ทำให้ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจ

ขณะที่เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงของการฟื้นตัว จึงไม่มีแรงกดดันเหมือนหลายประเทศ ซึ่งไทยจะใช้นโยบายการเงิน-การคลังที่เอื้อต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจต่อไป

เรียบเรียงโดย แป้ง บุนรดา