ส่องความรัก 10 ปี ของมิ้นต์ ชาลิดา-ภูผา

ยกให้เป็นนางเอกสาวที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเล่นเรื่องอะไรก็เข้าถึงบทบาทได้อย่างดีทีเดียว สำหรับนางเอกสาวมิ้นต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง ที่ปัจจุบันเติบโตมาพร้อมความสามารถรอบด้านของการแสดง โดยเมื่อเร็วๆนี้ สาวมิ้น ก็พลิกบทบาทการแสดงจนทำเอาแฟนๆฮือฮากันไม่น้อย

ตื่นตาตื่นใจกับบทบาทสาวที่ผ่านการแต่งงานแต่ชีวิตครอบครัว และชีวิตคู่สุดก ล้ำก ลืน ต้องลุกขึ้นมาทวงสิทธิ์ของตัวเอง ในเรื่อง “ซ่านเสน่หา” ออนแอร์ทางช่อง 3 ฟาดฟันกับนักแสดงมาฝีมือล้นจอ งานนี้เล่นเอาแฟนๆ ปรบมือรัวๆ ตั้งแต่ออนแอร์ไปแค่ไม่กี่ตอน

มีโอกาสได้พูดคุยกับนางเอกสาวคนเก่ง มิ้นต์ ชาลิดา เลยต้องให้เจ้าตัวเล่าถึงละครสุดแซ่บเรื่องนี้ พร้อมด้วยอัปเดตเรื่องที่ถูกจับตามองเกี่ยวกับสัญญาที่ข่าวออกมาว่าเจ้าตัวจะไม่ต่อสัญญากับต้นสังกัดช่อง 3 ว่าจริงๆ แล้วตัดสินใจอย่างไร

ตามด้วยเรื่องราวความหวานรัก 10 ปี กับแฟนหนุ่ม ภูผา เตชะณรงค์ ที่แว่วมาว่าเหมือนจะมีแพลนเรื่องการแต่งงานเกิดขึ้น เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นยังไงไปฟังจากปาดสาวมิ้นต์กันเลย

“มิ้นต์รับบทเป็นลลิตานะคะ เป็นผู้หญิงที่ผ่านการแต่งงานมาแล้ว แต่ว่าเป็นลูกสาวในครอบครัวคนจีนที่โดนคลุมถุงชน แล้วก็ถูกกดเอาไว้ให้ต้องเชื่อฟังคนพ่อ เชื่อฟังสามี ไม่สามารถที่จะแสดงความคิดเห็น อารมณ์หรือความรู้สึกอะไรออกมาได้ คาแร็กเตอร์นี้ก็คือค่อนข้างหมองหม่นมากๆ ในเรื่องแม่มิ้นต์เป็นภรรยาคนที่สอง มาจากการเป็นแม่บ้านและยิ่งมีลูกเป็นผู้หญิงอีกก็ยิ่งไปกันใหญ่เพราะครอบครัวคนจีนเขาอยากได้ลูกชายแค่เราเกิดมาเป็นผู้หญิงเราก็ผิดแล้ว”

เรื่องนี้เครียดหนักเพราะพลิกบทบาทจากที่เคยเล่นมาทั้งหมด?

“มันเป็นดร าม่ าที่เข้มข้นมากขึ้นเพราะที่ผ่านมาอาจจะเห็นมิ้นต์เล่นบทใสๆ น่ารักๆ จพอมาเรื่องนี้คือเป็นชีวิตที่ผ่านการแต่งงานมาแล้วและเป็นการแต่งงานที่ไม่ดี ถูกคลุมถุงชน โดนสามีทำร้ายมันก็เลยเป็นชีวิตที่หนัก ขมขื่น ไม่มีความสุข สำหรับมิ้นต์ก็เป็นดร าม่าที่หนักในอีกรูปแบบนึง ค่อนข้างไกลตัวมิ้นต์มากก็ต้องทำการบ้านหนักมาก ไปหาโค้ชแอคติ้งเพิ่ม

ถามว่าเครียดไหม เครียดค่ะ ไมเกรนขึ้นเลยล่ะ เพราะร้องไห้เยอะมากแล้วมีอาการเครียดสะสมที่ไม่เคยเป็นมาก่อนอยู่ๆ มิ้นต์เป็นอะไรไม่รู้ ผิวหนังล อกไม่รู้สาเหตุ ไปหาหมอก็ไม่หาย จนต้องไปหาหมอจีนกินยาปรับสมดุลในร่างกายเพราะครียดเกินไป ผิวหนังลอกเป็นแผ่นเลยค่ะ เป็นโร คที่หมอก็ถามว่านี่คืออะไร ยังไม่เคยเห็นใครเป็น (หัวเราะ) สรุปคือเครียดสะสม ต้องทานยาปรับธาตุตัวเองใหม่ ตอนนี้หายดีแล้วค่ะ”

..

“เรื่องนี้ก็นับว่าสิ่งที่ท้าทายมิ้นต์มากเป็นอีกรสชาตินึงเลยที่มิ้นต์เคยแสดงมา แปลกใหม่มากกับการเปิดเรื่องมาก็แต่งงานแล้ว ต้องการหย่า อยากพิสูจน์คุณค่าของลูกผู้หญิงให้ทั้งครอบครัวตัวเองและแฟนเก่าได้เห็น มาเจอรักครั้งใหม่ก็ต้องก้าวผ่านอะไรหลายๆ อย่าง รวมถึงเลิฟซีนเรื่องนี้เป็นแบบที่มิ้นต์ไม่เคยเล่นแบบนี้มาก่อนปกติก็เล่นแบบหอมแก้ม กุ๊กกิ๊ก แต่นี่ขึ้นไปอีกสเต็ปนึง”

..

เลิฟ ซี นเดื อด?

“(หัวเราะ) ใช่ค่ะ ไม่เคยเล่นอ่ะ เป็นแบบคนที่มีครอบครัวแล้ว มันจะค่อยๆ ไต่ระดับไปเรื่อยๆ ตามพัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละครไม่ได้มาถึงแล้วดุเดือดเลย”

..

คาดหวังกับผลงานชิ้นนี้ไว้ยังไงบ้าง?

“สำหรับมิ้นต์ก็อยากให้คนดูดูแล้วชอบละครเรื่องนี้ รู้สึกถึงความแซ่ บ รู้สึกถึงความสัมพันธ์ในครอบครัว อยากให้ได้แง่คิดที่แฝงอยู่ในเรื่องมากกว่าเพราะถ้าเป็นเรื่องเรตติ้งเราก็ต้องให้คนดูเป็นคนตัดสินอยู่แล้ว เราคงไม่กล้าที่จะคาดหวังว่าอยากได้เท่าไหร่ แต่อยากให้คนดูรักตัวละครและละครเรื่องนี้ค่ะ”

“เรื่องนี้สะท้อนสังคมเกี่ยวกับชีวิตลูกผู้หญิงที่เขาจะลุกขึ้นมาทวงสิทธิ์ของเขาที่จริงๆ มีเท่ากับผู้ชายทุกอย่างเลย รวมทั้งเรื่องครอบครัว ความรู้สึก ไม่ว่าเราจะอยู่ในสังคมไหนสิ่งที่สำคัญคือการพูดคุย การเข้าใจกัน เรื่องนี้จะสะท้อนให้เห็นในบางเรื่องที่คนในครอบครัวไม่เข้าใจกัน เช่น พ่อลูกไม่เข้าใจกันเพราะพ่อก็เติบโตมาในครอบครัวที่หล่อหลอมมาให้เป็นแบบนั้น ถ้าเราลงหันหน้ามาคุยกันเราจะเห็นว่าจริงๆ ปัญหามันเท่านี้เองก็อยากให้ทุกคนดูละครเรื่องนี้และได้แง่คิดดีๆ กลับไปด้วย ฝากติดตามซ่านเสน่หาด้วยนะคะ”

..

มาอัปเดตชีวิตกันหน่อย ตอนนี้โดนจั บตาหนักมากเพราะมีข่าวว่าจะไม่ต่อสัญญาช่อง 3

“ยังเลยค่ะ ยังไม่หมดเลยค่ะ ใกล้แล้วค่ะแต่ว่าก็ยังอยู่กับช่อง 3 ยังไม่ได้ไปไหนค่ะ แต่มิ้นต์อาจจะอยากทำงานในช่องทางออนไลน์มากขึ้น ในแพลตฟอร์มที่อาจจะมีเพิ่มขึ้นในอนาคต”

..

มีที่อื่นทาบทามให้ไปร่วมงานเยอะไหม

“ด้วยใจเรามันอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็ก เลยไม่ได้คิดว่าอยากไปทำอะไรที่ไหน แต่ก็มีคนติดต่อาเรื่อยๆ อยู่แล้วค่ะ”

.

ผู้ใหญ่เรียกไปพูดคุยบ้างหรือยัง?

“มีคุยอยู่เรื่อยๆ ค่ะ มิ้นต์คุยกับผู้ใหญ่ตลอดอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องหมดสัญญา เขาก็ทราบถึงจุดประสงค์ ซึ่งเขาไม่ได้ติดอะไร เขาก็รู้ว่าเราก็โตขึ้น เราเกิดมาได้จากเขาเราก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องไปทำอะไรยังไง เป้าหมายของมิ้นต์ก็คือเล่นละครที่มันหลากหลายมากขึ้นมากกว่าค่ะ”

มาเรื่องความรักกันบ้าง ข่าวว่าผู้เริ่มคุยเรื่องแพลนแต่งงานแล้ว?

“เดี๋ยวสิ ยัง ยังไม่ถึงขั้นนั้นค่ะ ต้องคุยกับมิ้นต์ก่อน ยังไม่มีใครคุยกัน มิ้นต์ยังอยู่กับปัจจุบันว่าเราอยากทำงาน การแต่งงานก็คือยังไม่มีการพูดคุยกับใครเลย คุณพ่อคุณแม่ก็ยังไม่มีพูดคุยกับมิ้นต์เลย”

คบมานานกี่ปีแล้ว

“10 ปี ค่ะ มิ้นต์ว่าเราก็โตขึ้นเหมือนกัน ในช่วงที่คบกันแรกๆ ก็เหมือนป๊อปปี้เลิฟ พอมากลางๆ ก็ทุกคนต่างทำงาน ตอนนี้ก็ยิ่งโฟกัสหนักขึ้นเพราะมิ้นต์เรียนปริญญาโทอยู่ด้วยเวลาก็ค่อนข้างที่จะน้อยมากๆ เขาเองก็โตขึ้นต้องบริหารอะไรที่หลากหลายมากขึ้น มุมมองเราก็จะโตขึ้นไปกันอีกแบบนึงต้องปรับต้องจูนกันไปเรื่อยๆ เพราะเราโตกันมาคนละรูปแบบ เขาเป็นน้องคนเล็ก มิ้นต์เป็นพี่สาวคนโต ทุกวันนี้ 10 ปี ก็ไม่ใช่ว่าเรารู้จักเขาไปทั้งหมด หรือเขารู้จักเราทั้งหมด ยังมีเรื่องต้องปรับจูนกัน”

ช่วงนี้คนแซวว่าสาดหวานไม่ยั้ง

“มันก็เป็นรูป ชีวิตจริงไม่ได้หวานแบบนั้นทุกวันหรอก ก่อนหน้านี้มันมีเวลามาก อาจจะเป็นช่วงโควิดด้วยทำให้เราเจอกันมากขึ้น พี่ผาทำธุรกิจที่เขาใหญ่เราก็มีโอกาสไปเขาใหญ่มากกว่า 9 ปี ที่ผ่านมาไปแทบนับครั้งได้เลย แต่พอโควิดเราก็ไปอยู่กับธรรมชาติก็เลยได้มีรูปสวยๆให้ได้ดู”

ขอเคล็ดลับดูแลความรักของคู่เราหน่อย

“ด้วยความเข้าใจแหละค่ะ คุยกัน มีอะไรไม่ชอบตรงไหนเราก็ค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ จูน เราคบกันมาตั้งแต่เด็ก ผ่านการงอแง พ่อแง่แม่งอนมาก็เยอะมันก็เหมือนค่อยๆ โตไปพร้อมกันเรียนรู้กันไป เข้าใจกันมากกว่าค่ะ”

ความประทับใจกับรัก 10 ปี ของเรา

“เขาเป็นคนที่รักเรา รักครอบครัวเรา เขาเป็นคนอยู่ง่าย รักสัตว์ รักเด็ก ไลฟ์สไตล์เหมือนเรา มิ้นต์ประทับใจที่เขายังเหมือนเดิม ยังดูแลเทคแคร์เราทุกอย่างเหมือนเดิม มีความสม่ำเสมอค่ะ”

คบมานานขนาดนี้แต่ยังไม่เคยมองเรื่องการแต่งงานเลย

“ตอนไปงานแต่งเพื่อนๆ ก็มีมองเหมือนกันแต่มองในมุมตัวเองว่า โอ้โห ความรักมันยังอีกเยอะเนาะสำหรับเรา มันไม่ใช่เรื่องแค่นี้เพราะแต่ละคนแต่งงานไปมันไม่ได้จบแค่นั้น ต้องมีเรื่องราวชีวิตที่มากขึ้น พอมาเปรียบเทียบกับตัวเองก็รู้สึกว่า เออ เราก็ยังไม่ถึงวัยพร้อมที่จะมีครอบครัวนะ”

“หลังๆ มิ้นต์เริ่มไปงานแต่งคนเดียวแล้วค่ะ ถ้าสังเกตเขาไม่ได้ด้วยละ คือ ช่วงนี้อยู่ในวัยที่เพื่อนๆ แต่งงาน เพื่อนๆ เขาก็แต่งงาน งานแต่งเยอะหลังๆ เลยไม่ได้ไปด้วยกัน เลยทำให้ไม่ได้ไปแล้วอินต้องมีอะไรคุยกัน ส่วนใหญ่จะอยู่กับเพื่อนของตัวเอง ไม่ได้มีจังหวะที่จะคุยกันว่ายังไงดี”

ได้ตำแหน่ง “เจ้าหญิงแห่งวงการเพื่อนเจ้าสาว”

“ตลกดีค่ะ ตอนเห็นก็ขำดี คือ มิ้นต์ก็ไม่เคยนับเหมือนกัน มิ้นต์รู้สึกดีใจที่เพื่อนๆ แฮปปี้ เขาก็ให้เกียรติเราเป็นเพื่อนเจ้าสาว เราก็แฮปปี้ตรงโมเมนต์นั้น พอมาเห็นรูปตัดแปะที่เขาทำกัน เราก็ เอ้อ มิ้นต์ก็เป็นมาหลายงานแล้วเหมือนกันเนาะ อาทิตย์ที่ผ่านมา มิ้นต์เป็นเพื่อนเจ้าสาว 3 งาน ก็เลยรู้สึกว่าต้องขอบคุณเพื่อนๆ ที่นึกถึง”

มิ้นต์ กับบทบาทเพื่อนเจ้าสาว

แต่เป็นเพื่อนเจ้าสาวที่วิ่งหนีช่อดอกไม้

“กลัวอ่ะ คิดว่าถ้าดอกไม้มาฉันต้องโหม่งไปให้ใครดีนะ ไม่รู้เดี๋ยวได้มาก็ต้องมีคำถามว่าจะแต่งหรือยัง แค่ทุกวันนี้ 10 ปี ก็ถูกถามแล้ว ก็เลยรู้สึกว่าถ้าได้มาต้องแต่งหรือเปล่า คือ รู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อมยังไม่อยากได้ ไปดูรูปสิ ยืนมุมซ้ายสุด ขวาสุดตลอดไม่กล้ายืนกลางเลย คิดว่ามันยังไกลตัวเรา มิ้นต์ยังสนุกกับการทำงาน เดี๋ยวได้มาแล้วต้องแต่ง ไม่เอาอ่ะกลัว ไม่ได้กลัวเรื่องแต่งงาน แต่ว่าถ้าถึงเวลามันใช่มันก็ใช่เอง”

“เพื่อนๆ ก็บอกว่า มิ้นต์ มันไม่มีคำว่าเพอร์เฟ็กต์ หรือคำว่าพร้อมหรอก แต่ด้วยความรู้สึกมิ้นต์ยังรู้สึกว่ายังไม่ใช่ตอนนี้ มิ้นต์คิดว่าถ้าจะแต่งงาน มิ้นต์ต้องอยากมีลูกแล้ว แต่ตอนนี้มิ้นต์ยังไม่อยากมี ยังอยากอยู่กับที่บ้าน อยู่กับครอบครัว ดูแลคุณพ่อคุณแม่และทำงานในวงการ เรียนโทอยู่ด้วย เลยรู้สึกว่ายังไม่ใช่เวลาตอนนี้แน่นอน”

เรียนโทจบ แต่งเลยดีไหม

“รอดู ไม่รู้เหมือนกัน จริงๆ เขายังไม่มาขอ เขายังไม่มาถามเลย ก็เลยบอกว่ามันคงอีกนานไม่ใช่ปีสองปีนี้หรอก”

มุมของภูผาเขามองเรื่องแต่งงานยังไง?

“เขาชิลล์มาก เขาเป็นคนที่เรียบง่ายมากๆ ไม่ได้มองถึงอนาคตไกลๆ เขาเป็นคนที่แฮปปี้กับปัจจุบันค่ะ”

เรียบเรียงโดย แป้ง บุนรดา